The Android Developer Challenge is back! Submit your idea before December 2.

ทำให้แอปใช้งานได้กับองค์กรด้วย Google Play

องค์กรต่างๆ และพนักงานใช้ Google Play เวอร์ชันที่มีการจัดการเพื่อเข้าถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของแอปสำหรับการทำงานและประสิทธิภาพการผลิต

ฟีเจอร์การจัดการในตัวของ Android ช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีจัดการอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานโดยเฉพาะได้อย่างเต็มที่ สำหรับการนำอุปกรณ์มาใช้เองและอุปกรณ์ของบริษัทที่ใช้สำหรับการทำงานและเรื่องส่วนตัว ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างและจัดการโปรไฟล์งานแยกต่างหาก แอปใน Managed Google Play จะติดตั้งในโปรไฟล์งาน ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบควบคุมแอปและข้อมูลแอปได้ทั้งหมด แอปหรือข้อมูลที่อยู่นอกโปรไฟล์งานจะยังคงเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

องค์กรต่างๆ ยังสามารถใช้ Managed Google Play เพื่อทำให้พนักงานจำนวนมากใช้แอปฟรีได้อย่างปลอดภัยและซื้อใบอนุญาตแบบกลุ่มสำหรับแอปที่ต้องซื้อ*

Managed Google Play และ Android ในองค์กรมอบโอกาสที่สำคัญสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากหลายโดเมน ได้แก่

  • ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์และ ISV: บริษัทอิสระที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์หรือบริการเพื่อขายหรือจัดจำหน่ายให้แก่องค์กร
  • เอเจนซีนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้รวมระบบ (SI): บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ บริการและโซลูชันที่กำหนดเองทั้งหมดหรือกำหนดเองบางส่วนโดยอิงตามข้อกำหนดขององค์กร
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในองค์กร: นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำงานภายในองค์กรเพื่อสร้างซอฟต์แวร์และโซลูชันสำหรับการจัดจำหน่ายภายใน

Google Play แพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายแอปที่ปลอดภัย

Google Play มีผลงานที่พิสูจน์ได้ว่าช่วยลดความเสี่ยงของการติดตั้งแอปพลิเคชันที่อาจเป็นอันตราย (PHA) ลงในอุปกรณ์ Android รายงานเรื่องราวตลอดทั้งปีของ Android ที่เผยแพร่ในบล็อกเรื่องความปลอดภัยของ Google แสดงให้เห็นว่าการที่อุปกรณ์ติดตั้งแอปจาก Google Play โดยเฉพาะ แทนการติดตั้งจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักนั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่ามาก

Google Play และ Android ทำงานร่วมกันเพื่อทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ใน Android ปลอดภัยโดยการสแกนหามัลแวร์และช่องโหว่ในแอปทุกแอปที่เผยแพร่ใน Google Play นอกจากนี้ Google Play ยังดูแลว่าอัปเดตของแอปมีการลงนามโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์เดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการลักลอบใช้แอป

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับ Managed Google Play

สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกราย

ความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นเรื่องน่ากังวลใจเรื่องใหญ่สำหรับองค์กรที่จัดการแอปและอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากจะพัฒนาแอปไว้ใช้ในที่ทำงาน โปรดทราบว่าธุรกิจต่างๆ ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะในเรื่องฟีเจอร์ที่แชร์ข้อมูลกับบริการอื่นๆ ในการรักษาข้อมูลของแอปให้ปลอดภัย โปรดปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องต่อไปนี้

  • ใช้เฉพาะโปรโตคอลเครือข่ายที่ปลอดภัย
  • ใช้พื้นที่เก็บข้อมูลเริ่มต้นในเครื่องของ Android แทนพื้นที่เก็บข้อมูลภายนอกหรือที่ใช่ร่วมกัน
  • หากคุณกังวลเกี่ยวกับการละเมิดหรือมีข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน ให้ใช้ SafetyNet Attestation API ซึ่งช่วยให้แอปยืนยันว่าอุปกรณ์ที่กำลังใช้แอปนั้นเป็นของจริงและไม่ได้ถูกโจมตี

ความเข้ากันได้กับโปรไฟล์งาน

โปรไฟล์งานคือพื้นที่เชิงตรรกะที่จัดสรรไว้ในอุปกรณ์ Android ซึ่งช่วยแยกข้อมูลเรื่องงานออกจากเรื่องส่วนตัว คุณอาจต้องแก้ไขแอปเพื่อให้แอปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุปกรณ์ที่มีโปรไฟล์งาน (อ่านตั้งค่าโปรไฟล์ที่มีการจัดการสำหรับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดอย่างละเอียด) แอปหลายแอปใช้งานร่วมกันได้อยู่แล้ว แต่โปรดทดสอบแอปด้วยแอปตัวอย่าง BasicManagedProfile ทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

การกำหนดค่าที่มีการจัดการ

แอปของคุณควรรองรับการกำหนดค่าที่มีการจัดการ ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีกำหนดการตั้งค่าแอปสำหรับผู้ใช้ทั้งหมดหรือผู้ใช้แต่ละรายได้จากระยะไกล ตัวอย่างการตั้งค่าเหล่านี้มีดังต่อไปนี้

  • การตั้งค่าที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และโปรโตคอล เช่น การตั้งค่าแอปไคลเอ็นต์ VPN ด้วยตนเองอาจซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ใช้ ให้ผู้ดูแลระบบไอทีส่งกลุ่มการกำหนดค่าไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง จากนั้นผู้ใช้จะสามารถใช้แอปได้ทันที
  • ความสามารถในการเปิดและปิดฟีเจอร์ เช่น คุณอาจต้องการให้บริการแบ็กเอนด์พื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์หลายรายการสำหรับแอป แต่องค์กรอาจต้องการอนุญาตให้ใช้เฉพาะอันที่ซื้อไว้เท่านั้น จึงช่วยให้สามารถบล็อกรายการอื่นๆ ได้
  • คำแนะนำการเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มต้นระบบ SSO สำหรับประสบการณ์การเข้าสู่ระบบที่ดีที่สุดของผู้ใช้

ดูงานนำเสนอ I/O สำหรับองค์กรของ Android เพื่อดูตัวอย่างการใช้งานจริง

ภายในแอป คุณจะระบุตัวเลือกที่กำหนดค่าได้และควรเผยแพร่ข้อมูลนี้ไปยัง Managed Google Play

หากคุณอัปเดตสคีมาการกำหนดค่าที่มีการจัดการสำหรับแอป โปรดดูแลให้ยังคงใช้งานแบบย้อนกลับได้ด้วย และควรรักษาความเข้ากันได้นี้ไว้ เพราะเป็นไปได้ว่าผู้ใช้แต่ละรายอาจมีแอปของคุณในเวอร์ชันต่างๆ (อย่างน้อยก็เป็นระยะเวลาสั้นๆ) และผู้ดูแลระบบไอทีก็จะต้องการประสบการณ์การกำหนดค่าจากระยะไกลที่สอดคล้องกันระหว่างเวอร์ชันต่างๆ เพื่อดูแลให้สามารถจัดการแอปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องมือการจัดจำหน่าย

ใช้ Google Play Console เพื่ออัปโหลด จัดการ และเผยแพร่แอป Play Console มีตัวเลือกการกำหนดค่าและฟีเจอร์การทดสอบต่างๆ มากมาย ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถมอบแอปที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ Play Console ที่พร้อมช่วยเผยแพร่และจัดจำหน่ายแอป

สำหรับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์

ในฐานะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Google Play แอปฟรีของคุณจะพร้อมให้ผู้ดูแลระบบไอทีค้นพบและอนุมัติโดยอัตโนมัติ จากนั้นผู้ดูแลระบบไอทีสามารถจัดจำหน่ายแอปให้แก่พนักงานโดยใช้ Managed Google Play

หากมีแอปที่ต้องซื้อ คุณต้องเลือกใช้และยอมรับภาคผนวกของ Managed Google Play ในข้อตกลงการจัดจำหน่ายของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่ออนุญาตให้องค์กรสามารถซื้อแอปของคุณแบบเป็นกลุ่มได้*

ทำให้ผู้คนค้นพบ

ทำให้แอปเกี่ยวกับธุรกิจของคุณแสดงใน Managed Google Play Store เพื่อให้โดดเด่นจากแอปผู้บริโภคอื่นๆ

นอกจากนี้ Managed Google Play ยังฝังอยู่ในระบบ Enterprise Mobility Management ยอดนิยมจำนวนมาก เช่น การจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ของ Google และ VMWare Airwatch ซึ่งผู้ดูแลระบบไอทีใช้เพื่อจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่และแอปอยู่ทุกวัน

หากแอป Android เป็นแอปที่ใช้ร่วมกันในบริการภาพรวมขนาดใหญ่กว่า คุณควรอธิบายบริการทั้งหมดของคุณในข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Play Store ของแอป โปรดทราบว่าผู้ดูแลระบบไอทีและผู้ใช้จะอ่านคำอธิบายแอปเพื่อเลือกบริการทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแอป Android ของคุณ

เพิ่มปริมาณ

เข้าถึงผู้ชมใหม่ๆ ในวงกว้างด้วยการทำให้ใช้งานได้แบบกลุ่มและการซื้อแบบกลุ่ม ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ Managed Google Play เพื่อทำให้แอปฟรีใช้งานได้แบบเป็นกลุ่มในอุปกรณ์ที่มีการจัดการ Managed Google Play Store ยังรองรับการซื้อแอปที่ต้องซื้อแบบกลุ่มด้วย*

* สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น

โอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้

องค์กรต่างๆ มักสนใจในการซื้อการสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับแอปที่สำคัญต่อธุรกิจ นับเป็นโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ คุณสามารถลองพิจารณาแนะนำแผนราคาสำหรับฟีเจอร์เพิ่มเติม เวลาทำการเพิ่มเติม การติดต่อแบบสด การฝึกอบรมในองค์กร หรือการสนับสนุนแบบหลายระดับ

สำหรับเอเจนซีนักพัฒนาซอฟต์แวร์

การกำหนดค่าที่มีการจัดการสำหรับการกำหนดค่าแอปด้วยตนเอง

การกำหนดค่าที่มีการจัดการช่วยปรับแต่งแอปให้ลูกค้าไปพร้อมๆ กับการลดต้นทุนในการดูแลรักษา APK หลายรายการ การใช้การกำหนดค่าที่มีการจัดการเพื่อกำหนดชุดพารามิเตอร์ของการกำหนดค่าแอปด้วยตนเอง (เช่น ชุดสี, สตริง UI, โลโก้ของลูกค้า, การเปิดและปิดโมดูลต่างๆ และอื่นๆ) ลูกค้าแต่ละรายจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครขณะที่คุณดูแลรักษา APK เพียงรายการเดียว

สิทธิ์ที่มอบให้บัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Google Play ของลูกค้า

หากคุณมีหน้าที่เผยแพร่และดูแลรักษาแอปภายในของลูกค้า ลูกค้าสามารถกำหนดค่าสิทธิ์การเผยแพร่ที่มีการมอบหมายให้แก่บัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Google Play ของตน จากนั้นคุณสามารถเผยแพร่แอปใหม่หรือแอปที่อัปเดตได้โดยตรง แทนที่จะส่ง APK ไปให้ลูกค้าเผยแพร่ สิทธิ์เข้าถึงบัญชีนักพัฒนาซอฟต์แวร์นี้อาจจำกัดไว้ให้บางบทบาทหรือบางแอปเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าเป็นผู้ควบคุมส่วนต่างๆ เอง

นอกจากนี้ยังมี API การเผยแพร่ที่ช่วยให้คุณเชื่อมโยงแผนการเผยแพร่สำหรับลูกค้าของคุณเข้ากับขั้นตอนการเผยแพร่ของ Play โดยตรง

สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในองค์กร

แอปส่วนตัว

แอปส่วนตัวคือแอปที่จัดจำหน่ายภายในองค์กรเท่านั้น โดยจะไม่แสดงใน Play Store สาธารณะ แอปส่วนตัวเป็นวิธีที่ดีสำหรับองค์กรในการใช้ประสิทธิภาพและความสามารถของ Google Play เพื่อทำให้แอปภายในใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

APK ที่ Google เป็นผู้โฮสต์กับที่คุณโฮสต์เอง

การโฮสต์ APK ของแอปมีให้เลือก 2 วิธี คุณสามารถอัปโหลด APK ไปยัง Google Play และจัดจำหน่ายอย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ หรือคุณสามารถโฮสต์ APK ในเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง คุณอาจเลือกใช้วิธีนี้หากต้องการโฮสต์ APK ในองค์กรโดยใช้ไฟร์วอลล์ของคุณเอง

อย่างไรก็ตาม การโฮสต์ APK ใน Google Play มีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  1. การสแกนหาช่องโหว่ในแอปของ Google: หลายครั้งที่การระบุว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ของคุณใช้ SDK และไลบรารีใดเพื่อสร้างแอปภายในนั้นเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อาจไม่ได้ใช้แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุดเสมอไป เครื่องมือสแกนช่องโหว่ของ Google จะตรวจหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่รู้จัก เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของแอปมากยิ่งขึ้น
  2. แพตช์การอัปเดตแอป: Google เพิ่มประสิทธิภาพการอัปเดตแอปที่ส่งไปยังอุปกรณ์ โดยส่งเฉพาะข้อมูลที่แตกต่างและบีบอัดข้อมูลทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าจะมีการนำส่งอัปเดตที่เร็วขึ้นและใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง
  3. การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก: เอดจ์แคชของ Google Play ช่วยดูแลให้พนักงานของคุณได้รับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้ตนมากที่สุด ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ใดก็ตาม เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพการดาวน์โหลดที่ดีที่สุด
  4. รายงานก่อนการเปิดตัว: หลังจากที่คุณอัปโหลดและเผยแพร่ APK เวอร์ชันอัลฟาหรือเบต้า อุปกรณ์ทดสอบส่วนหนึ่งใน Firebase Test Lab จะเปิดตัวและรวบรวมข้อมูลแอปโดยอัตโนมัติเป็นเวลาหลายนาที การรวบรวมข้อมูลจะดำเนินการแบบพื้นฐานในแอปทุกๆ 2-3 วินาที เช่น การพิมพ์ การแตะ และการเลื่อน ซึ่งช่วยให้คุณตรวจพบปัญหาการขัดข้องที่ชัดเจนของแอปในกลุ่มอุปกรณ์ Android ยอดนิยม

ไม่ว่าในกรณีใด ระบบจะแสดงข้อมูลเมตาของแอปให้ผู้ใช้เห็นในแอป Play Store ในอุปกรณ์ที่มีการจัดการหรือโปรไฟล์งานที่จัดเก็บไว้ใน Google Play

ทำให้อัปเดตใช้งานได้

Google Play ช่วยให้คุณทำให้อัปเดตใช้งานได้ง่ายๆ ระบบจะเปิดใช้การอัปเดตอัตโนมัติโดยค่าเริ่มต้นในอุปกรณ์ Android ทุกเครื่องที่ติดตั้ง Google Play ไว้ เพียงเผยแพร่การอัปเดตแอปผ่าน Google Play Console จากนั้น Google Play จะดำเนินการส่วนที่เหลือให้โดยอัตโนมัติ

การอัปเดตแอปในอุปกรณ์ทุกเครื่องอาจใช้เวลา 2-3 วัน เพราะ Google Play จะรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการอัปเดตแอป เช่น เมื่ออุปกรณ์ชาร์จและเชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่