ผลักดันการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และเพิ่มการมองเห็นแอปด้วยการแจ้งเตือน

การแจ้งเตือนเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การมีส่วนร่วมเพื่อให้แอปของคุณโดดเด่นและเพิ่มอัตราการรักษาผู้ใช้ เข้าถึงผู้ใช้ด้วยข้อความที่ให้ข้อมูล อัปเดตข่าวสาร ดึงดูด และเริ่มการดำเนินการ แม้ในเวลาทีผู้ใช้ไม่ได้ใช้แอปของคุณอยู่

เหตุใดจึงใช้งานได้ดี

เมื่อผู้ใช้ติดตั้งแอปจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในโทรศัพท์ พวกเขาก็จะนึกถึงแอปแต่ละแอปที่มีอยู่น้อยลง การดึงความสนใจของผู้ใช้ด้วยข้อความ Push ที่วางแผนมาอย่างดีและมีการติดตามผลอาจมีประสิทธิภาพในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และการรักษาผู้ใช้ ตลอดจนนำมาซึ่งการหยุดใช้งานที่ลดลงสำหรับผู้ใช้แอปของคุณ

สิ่งที่ต้องทำ

  1. กำหนดเป้าหมาย การแจ้งเตือนไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะสำหรับการเพิ่มอัตราการเปิดแอปในระยะสั้นเท่านั้น ลองใช้การแจ้งเตือนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การมีส่วนร่วมของผู้ใช้และการรักษาผู้ใช้ในระยะยาวด้วย
  2. พิจารณาว่าข้อความ Push เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่สำหรับการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือดูว่าข้อความในแอปหรือการส่งอีเมลอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไหม
  3. ตรวจสอบว่าคุณส่งข้อความเดียวกันไปยังช่องทางที่หลากหลายแบบพร้อมกันหรือไม่ และพิจารณาว่าทุกข้อความมีความจำเป็นไหม
  4. จัดกลุ่มผู้ใช้ออกเป็นหมวดหมู่ที่เหมาะสมโดยอิงตามวัตถุประสงค์ของคุณ คุณจะได้ส่งข้อความที่เหมาะสมที่สุดไปยังแต่ละกลุ่ม สร้างกลุ่มโดยใช้ลักษณะตัวตนและความสนใจของผู้ใช้ พิจารณาการเสนอตัวเลือกให้ผู้ใช้สมัครใช้บริการตามหัวข้อของข้อความประเภทต่างๆ
  5. อย่าลืมแจ้งประโยชน์ของการเลือกรับการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบ พร้อมแจ้งตัวเลือกในการเลือกไม่รับด้วย
  6. สร้างข้อความการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องสำหรับกลุ่มผู้ใช้แต่ละกลุ่ม
  7. ลองใช้การแจ้งเตือนของ Firebase โดยตั้งค่า Firebase Cloud Messaging SDK ด้วยโค้ดเพียงบรรทัดเดียว จากนั้นคุณจะส่งการแจ้งเตือนจากคอนโซลการแจ้งเตือนได้

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

  • ส่งข้อความที่ตรงความต้องการของผู้ใช้ ส่งเฉพาะข้อความที่ผู้ใช้จะสนใจ หากผู้ใช้เคยระบุแล้วว่าพวกเขาชอบเนื้อหาแบบใด ให้จำกัดการแจ้งเตือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ขอ วิธีหนึ่งที่จะยืนยันได้ว่าผู้ใช้ได้รับการแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องคือให้พวกเขาเลือกตัวเลือกหรือตัวกรองระหว่างขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน
  • เน้นข้อความที่ดำเนินการได้ แม้ว่าการแจ้งเตือนที่ให้ข้อมูลและส่งข้อมูลอัปเดตจะมีประโยชน์ แต่ข้อความที่ดึงดูดให้ผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ นั้นน่าดึงดูดมากกว่า เมื่อเพิ่มการดำเนินการ ให้พิจารณาว่าการให้ผู้ใช้ทำงานได้โดยตรงจากการแจ้งเตือนโดยไม่ต้องเปิดแอปนั้นสะดวกกว่าไหม และหากการดำเนินการต้องเปิดแอป อย่าลืมพาผู้ใช้ไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องทันที หากการดำเนินการไม่เปิดแอป ให้คำนึงถึงเมตริกการมีส่วนร่วมของคุณด้วย
  • ใช้การปรับให้ตรงตามความต้องการ ปรับการแจ้งเตือนให้ตรงกับผู้ใช้มากขึ้น เช่น ใส่ภาพผู้ส่งในข้อความแจ้งเตือนและพูดกับผู้ใช้โดยตรง การปรับเนื้อหาในแอปให้ตรงกับผู้ใช้มากขึ้นก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญและอาจนำไปสู่การมีส่วนร่วมและการรักษาผู้ใช้ที่มากขึ้นได้ คำนึ่งถึงบริบทของผู้ใช้และเสนอโอกาสให้พวกเขาปรับแต่งเนื้อหาเพิ่มเติมตามความสนใจ
  • คำนึงถึงช่วงเวลาของวัน พิจารณาเขตเวลาของผู้ใช้และพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเวลานั้นๆ ระหว่างการส่งการแจ้งเตือน ป้องกันปัญหาจากช่วงเวลาได้ด้วยการมอบการดำเนินการเสริมแบบคลิกเดียว เช่น "อ่านภายหลัง" หรือ "เตือนฉันในอีก 1 ชั่วโมง" เป็นต้น ใช้การแจ้งเตือนสำหรับกิจกรรมที่จำกัดช่วงเวลา แต่ต้องให้ผู้ใช้สามารถเลือกเวลาที่จะรับการแจ้งเตือนได้เสมอ
  • จัดลำดับความสำคัญของการส่งข้อความ จัดลำดับความสำคัญของการแจ้งเตือนที่เร่งด่วน เพื่อให้เห็นการแจ้งเตือนได้ชัดเจน แต่อย่าแสดงการแจ้งเตือนมากจนเกินไป ใช้ประโยชน์จาก LED แสดงการแจ้งเตือนสำหรับการแจ้งเตือนที่มีความสำคัญมาก หากอุปกรณ์มีฟังก์ชันนี้
  • หลีกเลี่ยงการส่งการแจ้งเตือนที่มากเกินไป ระมัดระวังเรื่องจำนวนการแจ้งเตือนที่ส่งไปให้ผู้ใช้และหลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนที่ซ้ำกันสำหรับกิจกรรมประเภทเดียวกัน ลองเปลี่ยนเป็นการอัปเดตการแจ้งเตือนก่อนหน้า ด้วยการเปลี่ยนค่าบางอย่างหรือเพิ่มค่าลงใป หรือทั้ง 2 แบบก็ได้
  • ใช้การแจ้งเตือนแบบซ้อนกัน รวมข้อความที่คล้ายกันไว้ในกองเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้เห็นกลุ่มการแจ้งเตือนเป็นการ์ด 1 ใบ โดยผู้ใช้สามารถขยายกลุ่มเพื่อดูรายละเอียดจากการแจ้งเตือนแต่ละรายการแยกกันได้ การทำเช่นนี้ช่วยดูแลให้ผู้ใช้ไม่ต้องรับเนื้อหามากเกินไปและไม่รู้สึกอยากปิดการแจ้งเตือน
  • ใช้ไอคอนที่โดดเด่น ทำให้ผู้ใช้จำไอคอนจากแอปของคุณได้อย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มไอคอนหรือโลโก้ที่โดดเด่นของแอปลงในการแจ้งเตือน

ตัวอย่าง

เริ่มต้นใช้งาน

การแจ้งเตือน Android